ความรู้เรื่องบ้านกับต้นไม้
ความรู้ทั่วไป
ความรู้เรื่องบ้านกับต้นไม้

ปลูกต้นไม้บนตึกสูง ต้องระวังอะไรเป็นสิ่งแรก
  
การปลูกต้นไม้บนตึกสูงบางท่านอาจจะคิดถึงเรื่องลมที่จะพัดแรง ทำให้ต้น ไม้ของท่านหักโค่น (และอาจจะหล่นลงมาข้างล่างทำอันตรายผู้อื่น) บางท่านอาจจะ คิดถึงการบำรุงรักษาว่าจะขนดินขนปุ๋ยขึ้นไปอย่างไร บางท่านอาจจะคิดถึงระบบการ ระบายน้ำ ว่าน้ำที่ท่านใช้รดต้นไม้หรือน้ำฝนจะระบายไปที่ใด และจะระบายทันหรือ ไม่ บางท่านอาจจะมองการณ์ไกลและเข้าใจธรรมชาติอย่างยิ่งว่า ต้นไม้ที่ท่านปลูก นั้นจะออกผลอย่างไร หากอยู่บนตึกสูงจนแมลงที่จะมาช่วยผสมพันธุ์นั้นหมดแรงที่ จะบินขึ้นไปช่วยผสมพันธุ์ เป็นต้น ....ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องระมัด ระวังเป็นสิ่งแรกหรอกครับ เพราะสิ่งแรกที่ท่านจะต้องระวังในการปลูกต้นไม้บนตึก สูงก็คือ อาคารนั้นมีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักหรือไม่ เพราะโดยปกติการปลูก ต้นไม้บนตึกสูง พื้นโครงสร้างจะต้องมีความสามารถในการรับน้ำหนักถึง ๒,๐๐๐ กิโลกรัม/ตารางเมตร แต่อาคารสูงส่วนใหญ่ในพื้นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่สำนักงาน วิศวกรโครงสร้างท่านจะออกแบบไว้ให้รับน้ำหนักได้เพียงแค่ ๓๐๐ กิโลกรัม /ตารางเมตร   จะเห็นได้ว่า โครงสร้างที่จะรับน้ำหนักจากการปลูกต้นไม้ใหญ่ของท่านต้อง การความแข็งแรงมากกว่าปกติถึงเกือบ ๗ เท่า หากท่านไม่ตรวจสอบกับวิศวกรผู้ ออกแบบก่อน ท่านไม่ต้องรอปัญหาเรื่องการโค่นล้มเพราะแรงลม ปัญหาเรื่องการขน ดินขนปุ๋ย ปัญหาเรื่องการระบายน้ำ ปัญหาเรื่องแมลงผสมพันธุ์เลยครับ .....เพราะ สวนสวยบนตึกสูงของท่านจะพังทลายลงมาก่อนที่ท่านจะเกิดปัญหาเหล่านั้น
    
สวนหินสวนประดับในอาคาร น่าจะใช้หินประเภทใด 
 
ตอนนี้ มีอาคารหลายอาคาร ที่ประดับตกแต่งโดยใช้ธรรมชาติเข้าไปเกี่ยว ข้อง แต่หากจะให้ ปลูกต้นไม้อย่างเต็มที่ ในอาคาร ก็อาจจะสร้างปัญหา อื่นตามมา เช่น การระบายน้ำ แสงสว่าง เพื่อการเจริญเติบโตของ ต้นไม้ เป็นต้น ดังนั้น อาคารบ้านเรือน หลายแห่งก็จะประดับตกแต่งด้วยสวนหิน แล้วเอาต้นไม้หรือ น้ำเข้า มาเป็นองค์ประกอบบ้าง 
คำถามที่ว่า น่าจะใช้หินประเภทใดในการตกแต่งภายในอาคาร บางท่านอาจ จะคิดถึงหินทะเล หินกรวด หินปูน หินอ่อน หินภูเขา หินศิลาแลง ....ซึ่งอาจจะผิด ทั้งหมดก็ได้ เพราะ โดยส่วนใหญ่แล้ว หากไม่มีการเตรียมการ ว่าส่วนไหนของ บ้านเรา จะจัดสวนในบ้าน วิศวกร โครงสร้างท่าน ก็จะออกแบบให้ พื้นที่บริเวณนั้นรับน้ำหนัก ได้ตามปกติการใช้สอย เช่น หากเป็นที่พักอาศัย ท่านก็จะออกแบบให้รับน้ำหนักได้ = ๒๐๐ กิโลกรัม/ตารางเมตร หรือหากเป็นอาคารสำนักงาน วิศวกรโครงสร้างท่านก็ จะออกแบบให้รับน้ำหนักได้ = ๓๐๐ กิโลกรัม/ตารางเมตร ถ้าหากเราเอาน้ำหนัก มากๆไปวางไว้ ณ จุดนั้น เช่น เอาหิน ไปทำสวนประดับ สวนหินของเราอาจจะมี น้ำหนักถึง ๕๐๐ กิโลกรัม/ตารางเมตร โครงสร้างบ้านเราก็ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น และมีโอกาส สุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดอาการ อาคารวิบัติได้

หากท่านยังอยากจะมีสวนหินเอาไว้ในบ้าน ขอแนะนำให้ท่านใช้ "หินปลอม" แทนหินจริงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติดีกว่าครับ เพราะหินปลอมตอนนี้เขาทำขึ้น เหมือนกับหินจริง เกือบทุกประการ แต่มีน้ำหนักเบากว่ามาก แม้ราคาจะแพงกว่าหิน ธรรมชาติ แต่หากคิดถึงความปลอดภัยของบ้านเราแล้ว ผมว่าคุ้มกว่ากันเยอะเลย ครับ 
  
ทำสนามหญ้าบนดาดฟ้าอาคารพาณิชย์ดีไหม
 
การเข้าสู่หรือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว การมี สนามหญ้าหรือการทำสวนต้นไม้ไว้ที่ดาดฟ้าห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์ จะทำให้เรา สดชื่น สร้างออกซิเจนให้ตัวเราและเพื่อนบ้าน เป็นที่ปกคลุมป้องกันความร้อน ไม่ให้ ถ่ายเข้ามาที่ตัวบ้าน เป็นที่พักผ่อนของตัวเราและสัตว์เล็กสัตว์น้อย .....แต่ .....ผล ร้ายก็มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน 
ก่อนจะทำสนามหญ้าบนดาดฟ้าท่านต้องคำนึงอยู่เสมอว่า สนามหญ้าและ สวนต้นไม้ของท่านนั้นหนักไม่น้อยกว่า ๑ ตันต่อ ๑ ตารางเมตร ....ท่านเตรียมโครง สร้างไว้รับน้ำหนักส่วนนี้แล้วหรือยัง ถ้าท่านไม่ได้เตรียมโครงสร้างเอาไว้ น้ำหนักที่ เกิดขึ้นใหม่หรือน้ำหนักส่วนเกินของสนามหญ้าของท่าน ก็อาจจะทำให้อาคารของ ท่านแตกร้าวหรืออาจจะถึงอาการวิบัติได้ ......หากท่านเตรียมโครงสร้างอย่างดีไว้ แล้ว (ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าเชื่อ) สิ่งที่ท่านจะต้องระวังต่อไปก็คือ เรื่องของ "น้ำ" ทั้งระบบการระบายน้ำที่ดี (มิเช่นนั้นสนามหญ้าของท่านจะตายหมด เนื่องจากน้ำ ท่วมราก และรากก็จะเน่าตาย) และน้ำที่อาจจะซึมผ่านพื้นดาดฟ้าของท่านลงไปสู่ ห้องข้างล่าง ซึ่งตรงนี้นับเป็นอันตรายอย่างยิ่ง มิได้อันตรายเพราะน้ำซึมมารบกวน หรอกครับ แต่อันตรายเพราะน้ำที่ซึมผ่านคอนกรีตและเหล็กนั้นจะทำให้เหล็กเป็น สนิม คอนกรีตเสื่อมสภาพ อันอาจจะทำให้ระบบโครงสร้างอาคารของท่านมีปัญหา ....แน่นอน อาจจะวิบัติพังลงมาได้ครับ 
  
อย่าลืม "ดอกบัว" ต้องการแดด 
  
ไม้ดอกส่วนใหญ่ต้องการ "แสงแดดโดยตรง" จึงจะออกดอกสีสวยงาม และ บัวก็เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ต้องการแสงแดดเพื่อช่วยให้มีดอก ดังนั้น ผู้ที่รักจะปลูกบัว ให้มีดอก อย่าลืมวางอ่างบัวให้ถูกแดดตรงด้วยนะครับ 
 
ปลูกหญ้าอะไรที่ไม่ต้องการแดดมาก 
 
สนามหญ้าที่ไม่กว้างใหญ่ไพศาลของเรา บางครั้งก็มีร่มเงาของต้นไม้มาบด บังแสงแดดไม่ให้ตกกระทบสู่สนามหญ้าเราได้ง่ายๆ หญ้าที่ปลูกก็ไม่เจริญงอกงาม เขียวชอุ่ม ตายเหลืองเป็นจุดๆไม่งดงาม เหตุก็อาจจะเพราะท่านอาจจะเลือกหญ้าไม่ ถูกชนิดมาปลูก ลองเอา "หญ้ามาเลเซีย" ซึ่งเป็นหญ้าที่มีใบใหญ่ขนาดใหญ่หน่อย สีเขียวค่อนข้างเข้มมาปลูกดูสักหน่อยครับ เพราะหญ้ามาเลเซียเขาต้องการแดดค่อน ข้างน้อย แต่ก็อย่าเอาไปปลูกติดกับหญ้าชนิดอื่น (เช่น หญ้านวลน้อย เป็นต้น) เพราะ เจ้าหญ้าชื่อต่างประเทศนี้จะทำการ "กิน" หญ้าชนิดอื่นจนหมดสนามเลยครับ 
 
อย่าปลูกต้นโมกต้นเดี่ยวๆ เขาเหงาเป็นเหมือนกันนะ 
 
ต้นโมกที่เป็นโมกเป็นต้นไม้ที่มักจะปลูกเป็นพุ่ม ออกดอกง่ายและมีกลิ่น หอมเย็นแบบไทยๆ หากปลูกต้นเดียวเดี่ยวๆ ต้นจะยาวและอ่อนไหวไปมา ดูเก้งก้าง ไม่งดงาม ดังนั้น หากท่านจะปลูกต้นโมกด้วยตนเองตั้งแต่ต้นเล็กๆ พอต้นเขาโตขึ้น มาหน่อย (ประมาณความสูงเกือบ ๑ เมตร) ก็น่าจะเอาต้นโมกเหล่านั้นสัก ๔ - ๕ ต้นมามัดรวมกัน แล้วปลูกด้วยกัน กลุ่มต้นโมกดังกล่าวจะอยู่ด้วยกันได้อย่าง สบายๆ ออกดอกออกใบสะพรั่ง ท่านคิดอยากจะตัดแต่งเป็นรูปทรงใดก็ไม่ยากครับ (ปลูกต้นเดี่ยวๆทำแบบนี้ยาก หรืออาจจะทำไม่ได้เอาเลยครับ) 
 
ปลูกผักสวนครัว อย่าลืมต้องพลิกมูนดินบ่อยๆ 

ตอนนี้พวกเรากำลังพยายามช่วยกัน "อยู่แบบยั่งยืน" ทำให้หลายบ้านที่พอ จะมีที่มีทางเล็กน้อย ก็จะเริ่มปลูกผักสวนครัวไว้ทานเองในบ้าน (หากเหลือก็เผื่อ เพื่อนบ้านด้วย) แต่พอปลูกไปสัก ๑ - ๒ รุ่นได้รับประทานแล้ว ปรากฏว่ารุ่นต่อๆมา ผักสวนครัวมักไม่งอกงามและแคระแกรน แม้ท่านจะพยายามเอาปุ๋ยใส่ช่วยอย่างไร ก็ไม่ค่อยเจริญอย่างที่เคยเป็น อาการแบบนี้ภาษาชาวบ้านตามภูมิปัญญาไทยเขา เรียกว่า "ร่องยุบ" ก็ให้พลิกดินยกร่องขึ้นใหม่ แล้วก็ปลูกลงไปอีก และด้วยเทคนิค ง่ายๆตามภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้ ...ท่านก็จะได้สวนครัวงดงามและมีประโยชน์กลับมา เช่นเดิม


ต้นมะขามอย่าให้ล้ม เพราะมีโอกาสตาย ๙๙%
 
เวลามีพายุมา ต้นไม้ใหญ่ (หรือเกือบใหญ่) ในบ้านท่านอาจจะเอียงหรือล้ม ลงได้ หากเป็นเช่นนั้นท่านก็จะโยกต้นกลับมาตั้งให้ตรงแล้วเอาไม้ค้ำยันดามไว้ แต่ หากต้นไม้ต้นนั้นเป็นต้นมะขามที่ค่อนข้างจะเป็นมะขามต้นใหญ่แล้ว ท่านต้องระวัง มากหน่อย จะต้องสร้างค้ำยันเอาไว้ป้องกันการล้ม เพราะหากเมื่อต้นมะขามล้ม เขา มักจะน้อยใจลาโลกไปเลย การดึงกลับมาปลูกให้เหมือนเดิม แล้วให้เจริญงอกงาม เหมือนเดิมเกือบจะเป็นไปไม่ได้ .....ดังนั้น หากท่านรักต้นมะขามของท่าน ต้องกันไว้ ดีกว่าแก้เสมอครับ 
 
มะกรูด ต้นไม้อีกอย่างหนึ่งที่ท่านน่าจะปลูกในบ้าน
 
ทุกท่านรู้จักมะกรูด ทุกท่านเคยรับประทานมะกรูด และเราทราบดีว่า มะกรูดนั้นมีประโยชน์ทั้งลูกและใบ ไม่ว่าจะใช้ทำอาหาร ใช้ไล่สัตว์เลื้อยคลาน ใช้ต่อ สู้กับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ใช้สระผม ใช้ทำเป็นยา ฯลฯ แต่มีสักกี่ท่านที่เคยเห็นต้น มะกรูด 
ต้นมะกรูด เป็นต้นไม้ที่เมื่อเจริญแล้วสูงประมาณต้นมะม่วงตอนกิ่ง ทรง พุ่มกลมสวย ดอกสีขาวหอม ใบใหม่จะมันวาวสวยงาม เลี้ยงง่าย มีหนามตามกิ่งแต่ ไม่ค่อยเป็นอันตรายเพราะมีใบกั้นอยู่ และให้ใบให้ผลตลอดปี .....หากท่านพอจะมีที่ ดินเหลืออยู่บ้าง มะกรูดเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ท่านน่าจะพิจารณาปลูกไว้ในบ้านครับ 
 
ขยายพันธุ์กล้วยใช้หน่ออ่อน ขยายพันธุ์ไผ่ใช้หน่อแก่  
 
วิธีการขยายพันธุ์ต้นกล้วยและต้นไผ่ เรานิยมที่จะใช้หน่อในการขยายพันธุ์ แต่ต้นไม้สองอย่างนี้แตกต่างกัน เพราะหากท่านต้องการขยายพันธุ์กล้วยจะต้องใช้ "หน่ออ่อน" ในการขยายพันธุ์ หากเป็นต้นที่แก่แล้วจะตายก่อนโต ในขณะเดียวกัน หากท่านต้องการขยายพันธุ์ต้นไผ่ ให้เอา "หน่อแก่" เป็นต้นขยายพันธุ์ เพราะหากเอา หน่ออ่อนมาขยาย หน่อนั้นก็จะเหี่ยวเฉาตายไป (เรียกว่าเอาไปแกงหน่อไม้อ่อนไว้รับ ประทานจะดีกว่าครับ)
 
อย่าจอดรถแสนรักท่านไว้ใต้ต้นมะม่วง ปลายฤดูหนาว
 
เพราะตอนปลายฤดูหนาว ต้นมะม่วง (ขนาดใหญ่พอที่ท่านจะไปจอดรถใต้ ร่มได้) จะเริ่มออกดอก และเมื่อต้นมะม่วง ออกดอก จะมียาง หยดลงมา ใต้ต้นมาก มาย หากท่านเอารถของท่านไปจอดใต้ร่มนั้น ยางดอกมะม่วง ก็จะจับเกาะเลอะเทอะ รถยนต์ของ ท่าน เช็ดล้างขัด ทำความสะอาดยากมาก และ บางครั้งก็จะทำให้สีรถของ ท่าน เป็นจุดหมอง จุดมัว ไม่งดงามอีกด้วยครับ 
 
ขุดบ่อปลูกบัวเลี้ยงปลา ลองพิจารณาภูมิปัญญาชาวบ้าน กันดินพังบ้าง 
 
บางท่านต้องการจะขุดบ่อดินเล็กๆ ภายในบ้านหรือในสวนของตนเอง เพื่อ จะเลี้ยงปลาหรือปลูกพืชน้ำ แต่ไม่อยากจะทำเป็นบ่อคอนกรีตหรือบุด้วยหินก้อน เพราะ ราคาแพง หรือ ดูแข็งไปไม่เป็นธรรมชาติ แต่หากท่าน ขุดลงไปแล้วไม่คิดวิธี ป้องกันดีๆ ดินขอบบ่อของท่านก็จะค่อยๆไหลถล่มลงไปจนบ่อของท่านตื้นเขิน และ ขอบบ่อก็พังทลายไม่งดงาม วิธีการแก้ไขแบบภูมิปัญญา ชาวบ้านก็คือ ท่านต้องไปหา พืชที่มีรากเลื้อย ซอกซอน ช่วยเกาะพื้นดินเอาไว้ เช่น ใบบัวบก หรือหญ้าแฝก เป็นต้น และ เหล่าต้นไม้เล็กๆคลุมดินเหล่านี้ จะช่วยประสานเกาะ เกี่ยวดินริมขอบบ่อของ ท่านไม่ให้ พังทลายลงมาได้ง่ายๆครับ
 
อยากมีต้นไม้ประดับในบ้าน อย่าลืมเตรียมที่นอกบ้านไว้เป็นสถานอนุบาลด้วย 
 
ท่านผู้ชอบมีต้นไม้กระถางประดับในบ้าน เพื่อให้เกิดความชุ่มชื่นและผลิต ออกซิเจน ท่านน่าจะต้องมีพื้นที่ว่างนอกบ้านท่านสำหรับเป็นสถานอนุบาลต้นไม้ด้วย เพราะต้นไม้โดยทั่วไปจะอยู่ในบ้านของเรา (แล้วไม่ทรุดโทรม) ประมาณ ๗ - ๑๐ วันเท่านั้น แล้วท่านก็ต้องเอาออกไปให้เขาพักฟื้นภายนอก ประมาณอีก ๓๐ - ๔๕ วัน แล้วท่านก็เอาต้นไม้ต้นใหม่เข้ามาประดับในบ้านแทน ดังนั้น ท่านจึงน่าจะมี สถานฟื้นพักของต้นไม้ท่านอยู่ ภายนอกบ้านด้วย (ต้องไม่เป็นที่กลางแจ้งแดดจัด) แล้วท่านจะมีต้นไม้หมุนเวียนให้บ้านท่านน่าอยู่ได้ตลอดไป 

หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | โครงการบ้านและคอนโดมิเนียม | โปรโมชั่น | ข่าวสาร | คำนวนอัตราผ่อนชำระ | รอบรู้เรื่องบ้าน | นักลงทุนสัมพันธ์ | กิจกรรมบริษัท | ร่วมงานกับเรา | ติดต่อสอบถาม
Copyright © 2010 Preecha Group All rights reserved. Powered by QPlusHost.com